หนังใหม่: Great Pretender ยอดคนลวงโลก เรื่องราวของ เอดามุระ มาโคโตะ เด็กหนุ่มที่ประกาศว่าตนคือนักต้มตุ๋นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น แต่กลับต้องมาพบกับ โลร็องต์ ชายหนุ่มที่เป็น 18 มงกุฎระดับโลก ที่มาพร้อมทีมงานและเครือข่ายของนักต้มตุ๋นจากหลากหลายเชื้อชาติ

พวกเขาจะมารวมตัวกันเพื่อสร้างวีรกรรมหลอกหลวงเอาเงินจากบรรดามหาเศรษฐี พ่อค้ายา เจ้าพ่อมาเฟีย แล้วยังมาพร้อมกับกลเม็ดในการต้มตุ๋นจัดฉากชั้นเซียนแบบคาดไม่ถึง รวมถึงการจิกกัดสะท้อนสังคมแบบแรงๆ ที่ทำให้พวกเราคนดูต้องมาหวนคิดว่า ที่จริงแล้วใครกันแน่คือคนที่หลอกลวงต้มตุ๋นผู้คน จนทำให้บรรดาคนตัวเล็กๆต่างก็ไม่มีทางเลือก ลุกขึ้นมาต้มตุ๋นกลับบ้าง

อนิเมะเรื่องนี้เป็นผลงานสร้างโดยสตูดิโอชื่อดังอย่าง WIT Studio ที่เคยสร้างผลงานอย่าง Attack on Titans ดังนั้นรับรองว่าอนิเมะเรื่องนี้การันตีในแง่โปรดักชั่น และผลงานการสร้าง ทั้งงานภาพ กำกับ ซาวน์ ในระดับคุณภาพดีเยี่ยม เมื่อรวมกับเนื้อหาที่น่าติดตาม และหักมุมไปมา ดังนั้นไม่ผิดหวังแน่นอน

นักตุ้มตุ๋นชาวญี่ปุ่น เดิมเป็นเด็กหนุ่มที่ซื่อตรง แต่เนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตของครอบครัวที่พ่อตนเองเป็นทนายแต่กลับไปร่วมขบวนการฉ้อโกงและทำการค้ามนุษย์ จากนั้นแม้ว่าตัวเขาเองจะพยายามทำงานสุจริต แต่ก็พลาดไปทำงานในบริษัทที่ขายสินค้าหลอกลวงจนต้องโดนคดีความ แล้วทำให้แม่ตนที่ล้มป่วยเสียชีวิต ทำให้เขาตัดสินใจกลายเป็นนักต้มตุ๋นจริงๆไปซะเลย แล้วจากนั้นด้วยเหตุการณ์บางอย่าง ทำให้เขาได้มาร่วมทีมต้มตุ๋นระดับโลกกับพวกของโลร็องต์ไปแบบโดนมัดมือชก

มาโคโตะ มีความสามารถในการเรียนรู้ทักษะต่างๆ มีการปรับตัวและยืดหยุ่นสูงมาก แล้วยังมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บางครั้งเขายังคิดอุบายที่น่าทึ่งได้อีกด้วย แต่เจ้าตัวยังขาดประสบการณ์ในโลกกว้างไปบ้าง ทำให้ยังมีความผิดพลาดในบางครั้ง แต่เขาก็เป็นนักต้มตุ๋นที่มีจิตใจดี หากไม่โดนกระทำก่อน เขาก็ไม่คิดจะเล่นงานใคร

หนุ่มชาวฝรั่งเศส นักต้มตุ๋นระดับโลก มีพลังเครือข่ายของเหล่านักต้มตุ๋นจากหลายชาติมาร่วมทีม สร้างผลงานการต้มตุ๋นมาแล้วมากมาย และเขากำลังมองหาชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่ตรงคุณสมบัติที่ต้องการมาร่วมทีมพอดี จึงได้วางแผนทาบทามตัวมาโคโตะมาเข้าร่วมกลุ่มด้วย แต่แท้จริงแล้ว การที่มาโคโตะมาเข้าร่วมทีมต้มตุ๋นด้วยกลับไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย

โลร้องต์มีจุดเด่นคือความสุขุมเยือกเย็น สบายๆ ปรับตัวเก่ง เขายังมีความสามารถด้านจิตวิทยาและการอ่านใจคนเก่ง ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีและยังเป็นผู้นำของกลุ่มด้วย

ชื่อเล่น แอบบี้ สาวผิวสี เป็นชาวอิรัก เดิมทีสมัยเด็กเธอเป็นนักยิมนาสติกฝีมือดี แต่เพราะสงครามทำให้ครอบครัวเธอเสียชีวิตจึงกลายเป็นทหารเด็กเพื่อแก้แค้น สุดท้ายกลายมาเป็นสมาชิกทีมนักต้มตุ๋นของโลร้องต์ มีความสามารถด้านกายภาพสูงมาก ช่วงแรกเธอไม่ค่อยชอบมาโคโตะมากนัก แต่ก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆในระหว่างทำภารกิจ

สาวสวยพราวเสน่ห์ อดีตนักแสดง แต่ด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้เธอกลายเป็นนักต้มตุ๋น เด่นในเรื่องทักษะการแสดงสวมบทบาทและใช้เสน่ห์ของผู้หญิงในการล้วงข้อมูลหรือเข้าถึงเป้าหมาย เนื้อแท้แล้วเป็นหญิงสาวจิตใจดี และค่อนข้างเลือกเป้าหมายที่จะเล่นงานด้วย

ถ้าให้นิยามเรื่องนี้สั้นๆ มันคือการผสมผสานตัวเรื่องสไตล์ภาพยนตร์ดังอย่าง Ocean’s Eleven + Now You See Me เข้าด้วยกัน แล้วก็ทำออกมาได้ไม่เลวเลยครับ

ถึงแม้ว่าตัวเรื่องจะเกี่ยวกับการต้มตุ๋นหลอกลวงอยู่ตลอดเรื่อง แต่ในอนิเมะก็ย้ำเสมอว่า “มันไม่ใช่เรื่องที่ดี” โดยเฉพาะตัวเอกอย่างมาโคโตะ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักต้มตุ๋น แต่จากอดีตของตัวละครที่เผยออกมาก็แสดงให้เราเห็นว่า เขาไม่ได้อยากทำเรื่องพวกนี้แต่แรก เพียงแต่สังคมมันบีบคั้นให้เขาต้องทำแบบนั้น เข้าทำนอง “ในเมื่อต่อต้านไม่ได้ ก็เข้าร่วมมันซะเลย”

เพียงแต่มาโคโตะโดยเนื้อแท้แล้วจัดว่าเป็นคนดีมากๆคนหนึ่ง ดังนั้นเมื่อเขาทำเรื่องเหล่านี้ไปถึงจุดหนึ่งแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะวางมือ เลือกไปใช้ชีวิตทำงานอย่างคนสุจริต เพียงแต่ว่าทักษะและความสามารถของเขามันช่างเอื้อให้เข้าร่วมการต้มตุ๋นบรรดาเศรษฐีเอาซะเหลือเกิน ดังนั้นสถานการณ์จึงยังคงทำให้เขายังคงเข้าร่วมทีมของโลร้องต์ ทำภารกิจปอกลอกคนรวยที่นิสัยไม่ดีกันต่อไป

จุดเด่นจึงอยู่ตรงที่ว่า แต่ละบทจะมีอารมณ์หรือโทนเรื่องที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เรื่องไม่จำเจ และคนดูเดาทางได้ยากมากว่า แต่ละบทจะมีบทสรุปยังไง เช่น บทพ่อค้ายา จะให้อารมณ์คล้ายกับเรากำลังดูซีรีส์ Breaking Bad (ในเรื่องก็อ้างอิงไว้ด้วย) ส่วนบทแข่งขันแอร์เรซ จะได้อารมณ์หลากหลาย มีทั้งแนวแข่งขันขับเครื่องบิน วางแผนหลอกการพนัน ไปจนถึงดราม่าตัวละครเรื่องสงคราม ส่วนบทภาพวาดหิมะ เป็นบทที่ค่อนข้างโรมานซ์ที่สุด ให้อารมณ์เหมือนดูหนังผู้ใหญ่ดีๆสักเรื่องที่ว่าด้วยการก้าวข้ามอดีต ปนการหลอกลวงนักประมูลภาพตัวแสบอีกที

ถึงแม้ว่าตัวเรื่องจะเน้นการต้มตุ๋น แต่ลักษณะการเล่าเรื่องก็มาแนวฟีลกู้ด ปนตลกร้าย ทั้งชวนให้ขำ แม้จะมีดราม่าแทรกในเรื่อง แต่ก็ไม่หดหู่ แล้วยังสะท้อนสังคมในแบบที่ไม่ได้ยัดเยียดอะไรนักหนาด้วย

ส่วนจุดด้อยก็พอมีครับ คือเรื่องกลยุทธ์ในการหลอกลวงต้มตุ๋น ที่ดูไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ คือหลายแผนที่พวกตัวเอกใช้ มันจะต้องอาศัยกำลังคนและเครือข่ายมาก ต้องอาศัยทักษะเฉพาะทางพอสมควร แล้วแต่ละแผนมีโอกาสผิดพลาดสูงด้วย ดังนั้นให้คิดซะว่าดูเพลินๆ ตัดความสมจริงออกไปก็ได้ครับ

ในซีซันสอง หรือที่ควรเรียกว่า ภารกิจสุดท้าย เพราะทั้งหมด 9 ตอนในซีสอง คือเรื่องราวการทำภารกิจต้มตุ๋นครั้งสุดท้าย ซึ่งจะบอกเล่าว่า ทำไมพวกโลร้องต์ถึงมารวมทีมกันได้ และยังเฉลยด้วยว่า ที่จริงแล้วพ่อของมาโคโตะมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการนักต้มตุ๋นมาตั้งแต่แรก ดังนั้นการที่มาโคโตะมาเข้าร่วมบวนการ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ทุกภารกิจที่ลงมือทำมาตลอด เป็นเสมือนการซ้อมมือเพื่อให้มาโคโตะได้ทำภารกิจสุดท้ายนี่เอง

ใน 9 ตอนสุดท้าย จะเป็นบทของ พ่อมดออซแห่งตะวันออก ซึ่งจะเป็นการเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของโลร้องต์ ว่าเขากลายมาเป็นนักต้มตุ๋นได้ยังไง ซึ่งเราจะพบว่าเรื่องของเขามีความคล้ายกับ มาโคโตะ มากๆ ในแง่ที่ว่าเขาเคยเป็นเด็กชายใสซื่อมาก่อน แต่เพราะสถานการณ์รอบตัวและสังคมบีบคั้น กับการที่แม่ของเขาถูกหลอกลวงจนล้มป่วยแล้วเสียชีวิต ทำให้เขาได้เข้ามาสู่วงการนี้ไปโดยปริยาย รวมถึงการที่เขาได้มาพบกับโดโรธี หญิงสาวนักต้มตุ๋นอัจฉริยะ

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวละครสำคัญคือ ออซ ฉายาของนักต้มตุ๋นระดับตำนานที่เด่นในการวางแผนกลยุทธ์ที่น่าเหลือเชื่อ และเขายังเป็นกุนซือให้พวกโดโรธีด้วย

ซีซันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือการเดินเรื่องแบบ หักมุมไปมา กับแผนการที่หากว่ายังไม่ถึงที่สุดแล้ว คนดูไม่ควรเชื่อถือทุกสิ่งที่ตาเห็นในเรื่อง เพราะที่จริงแล้วนั่นอาจเป็นแผนการที่วางไว้ ซึ่งการเดินเรื่องสไตล์นี้ดูจะเป็นลายเซ็นไปตลอดทั้งซีรีส์

จุดเด่นในซีซันนี้ยังเพิ่มการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิงเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่าย้อนอดีต เฉลยที่มาของขบวนการสิบแปดมงกุฏของพวกโลร้องต์ในปัจจุบันทั้งหมดว่าพวกเขามารวมทีมกันได้ยังไง และอะไรคือจุดเริ่มต้นของการรวมทีมของพวกเขา

ตรงนี้ยังมีจุดน่าสนใจคือ ชื่อและฉายาของตัวละครใหม่ที่เปิดตัวมา คือ โดโรธี และ ออซ ก็คือตัวละครในวรรณกรรมเยาวชนเรื่องดัง นั่นคือ The Wizard of Oz หรือพ่อมดแห่งออซ ซึ่งเรื่องก็อาจจะต้องการสื่อสารกับเราว่า ทั้งหมดมันเสมือนเป็นดั่งภาพจินตนาการในแดนมหัศจรรย์ ที่เรา (คนดู) จะถูกพาไปรับชมเรื่องราวสุดแสนมหัศจรรย์ที่ยากคาดเดา แต่เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว เราก็ต้องกลับมาสู่โลกความเป็นจริง แบบที่ตัวละครในเรื่องก็ดำเนินไปในตอนสุดท้าย

เรื่องยังเพิ่มดีกรีสะท้อนสังคมแบบดาร์กและเรียลขึ้นอีกขั้น โดยเฉพาะปัญหาที่หลายคนมองข้ามเช่น การค้ามนุษย์ การค้าเด็ก ที่เป็นปัญหาในกลุ่มประเทศ เอเชีย ตะวันออกกลาง (เด็กที่ถูกค้าในเรื่องนี้มาจากอาเซียน และมีของไทยด้วย) ซึ่งพวกตัวเอกก็อยากที่จะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ แต่ก็ทำได้แค่เท่าที่ทำได้