รีวิวหนังเกาหลี Along With The Gods : The Last 49 Days ต้องบอกว่าเรื่องนี้ส่วนตัวแอดเองชอบภาคแรกโคตรๆ นั่งน้ำตาไหลแบบเสียเชิงชายสุดๆ 555 ถ้าใครได้ดูภาคแรกคงรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังแอคชั่น ภาคแรกโดนตัวอย่างหลอกเต็มๆ เข้าโรงไปกะมันส์แบบเต็มที่ แต่กลับเจอดราม่าและเนื้อเรื่องที่ดีเกินคาด (มากๆ) เรียกได้ว่าน้ำตาตกกันเป็นลิตรๆ และเมื่อมีภาคต่อออกมา ทำให้เราอยากดูและติดตามเนื้อเรื่องต่อ

เนื้อเรื่องในภาคนี้จะสืบสานประเด็นต่อจากภาคแรกน้องชายของ คิม จาฮง วิญญาณอาฆาตอย่าง คิม ซูฮง ที่บอกว่าเป็นวิญญาณคนดี! (อีกแล้ว) โดยก็ต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อพิสูจน์ถึงการตายของวิญญาณตนนี้ แต่ในภาคนี้ยังมีการเปิดเผยถึงประเด็นเบื้องลึกเบื้องหลังความเป็นมาของยมทูตทั้งสาม คังลิม, เฮวอนเมก และดัคชุน ว่าทั้งสามมาอยู่ด้วยกันและมาเป็นยมทูตได้อย่างไร ผ่านทางเทพประจำตระกูล ผู้เคยเป็นอดีตยมทูตที่นำดวงวิญญาณของยมทูตทั้งสามมาส่งอย่าง ซอง จูชิน

ด้วยความที่ภาคแรกทำออกมาได้โคตรดี ดีกว่าที่คิดที่คาดไว้มาก ทำให้เราคาดหวังกับภาคสองอย่างมากเช่นกัน แต่นั่นกลับทำให้เราผิดหวังพอสมควร (ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดี)

เนื้อเรื่องในภาคนี้เล่าต่อจากภาคแรกทันที หลังจากเหล่ายมทูตพาวิญญาณคนดี คิม ซูฮง ฝ่านรก ต่อสู้กลางทะเลทราย เพื่อไปตัดสินกันในศาล แต่ต้องมีการพิสูจน์กันว่าเป็นวิญญาณคนดีจริงหรือเปล่า คล้ายกับในภาคแรก เนื้อเรื่องยังคงเล่นประเด็นศีลธรรม บาป บุญ คุณ โทษ เช่นเคย และยังคงมี 3 ยมทูตที่เป็นตัวดำเนินเรื่องหลักอยู่ โดยที่เหลือ ยมทูตคังลิม เท่านั้นที่ต้องมาว่าความให้ คิม ซูฮง ส่วนยมทูตอย่าง เฮวอนแมกและดัคชุน ต้องไปเก็บดวงวิญญาณดวงหนึ่งซึ่งมี เทพประจำตระกูลคอยคุ้มครองอยู่นั่นก็คือ ซอง จูชิน ที่มาเปิดเผยเรื่องราวอดีตชาติของ 3 ยมทูต ภาคนี้มีประเด็นหลักๆ อยู่ 3 ประเด็น นั่นก็คือเรื่องราวการตัดสินคดี พิสูจน์วิญญาณคนดีของ คิม ซูฮง, อดีตของ 3 ยมทูต และประเด็นของดวงวิญญาณที่ต้องไปตามเก็บ

ในด้านที่น่าชื่นชมยังคงเป็นความแฟนตาซีของฉากต่างๆ CG นี่ทำออกมาได้ดี สวย งดงามมากๆ ตัวเนื้อเรื่องยังมีประเด็นน่าสนใจและชวนให้อยากรู้ น่าติดตาม ยังคงสอดแทรกมุกตลกเป็นระยะๆ หนังค่อยๆ ทิ้งปมไปเรื่อยๆ และตัดสลับการเล่าเรื่องระหว่างสองโลก ได้อย่างน่าติดตาม แถมหนังยังสอดแทรกแง่คิดไว้มากมาย ทั้งเรื่องบาปและการให้อภัย

แต่ปัญหาของเรื่องนี้เลยก็คือการเล่าเรื่องที่รีบจนเกินไปมากๆ ปล่อยผ่านแต่ละฉากไปอย่างน่าเสียดาย การผ่านแต่ละชั้นศาลไม่มีอะไรให้น่าจดจำและดูง่ายดายไปซะหมด ประเด็นเยอะไปแถมหนังยังพาเราไปผูกพันกับตัวละครเหมือนอย่างภาคแรกไม่ได้เท่าที่ควร (ในภาคแรกปูและขยี้เรามาตลอดทั้งเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณดี คิม จาฮง และแม่ของเขา เลยทำให้จุดไคลแม็กของเรื่องบีบน้ำตาได้แบบสุดๆ) แต่พอมาภาคนี้ด้วยความที่ทำไม่ได้แบบนั้น พอถึงจุดขมวดของหนังเลยทำให้มันไม่ดราม่าขนาดนั้น หลายๆ อย่างของหนังดูง่ายดายและเหมือนหาทางลงกับมันไม่ได้เลยดูฝืนๆ ไปซะหน่อย

โดยรวมแล้วมันเป็นหนังที่สนุกเรื่องนึงเลย แต่สู้ภาคแรกไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทั้งการเล่าเรื่อง และประเด็นต่างๆ แต่ถ้าใครดูภาคแรกมาแล้วก็ยังอยากให้ดูภาคนี้ต่อ เพราะจะได้คลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่สงสัย